ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

4งานศิลปะมาจากความรัก

4งานศิลปะมาจากความรัก

1.Frida Kahlo (ค.ศ. 1907-1954)
ศิลปินหญิงชาวเม็กซิกันคนนี้แต่งงานกับศิลปินดังนามว่า ดิเอโก ริเวรา (Diego Rivera) ตั้งแต่เธออายุ 22 ปี ส่วนเจ้าบ่าว ขณะนั้นอายุ 42 ปี หย่ามาแล้ว 2 ครั้ง ด้วยความที่ดิเอโกเป็นคนเจ้าชู้ และนอกใจเธอเป็นประจำ ฟรีดาจึงนอกใจเขาเช่นกัน ในยุคสมัยนั้นการสื่อสารมวลชนยังมีจำกัด ศิลปินจึงมีบทบาทในสังคมมาก และถือเป็นสื่อกระแสหลักแขนงหนึ่ง

การที่ศิลปินดังตัดสินใจแต่งงานกับเธอทำให้เธอเป็นที่จับตามองในวงการศิลปะทั้งในและนอกประเทศอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นฟรีดาต้องพบกับแรงกดดันมหาศาลในการทำงานใต้เงาของผู้เป็นสามี และด้วยปัญหาสุขภาพเรื้อรังตลอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้ภาพเขียนของเธอมักแสดงออกถึงความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ

ผลงาน ‘ฟรีดาสองคน’ (The Two Fridas) นี้เริ่มวาดในช่วงที่มีปัญหาระหองระแหงกับสามี ทะเลาะกันถึงขั้นลงไม้ลงมือใส่กันจากความหึงหวงและความแค้นที่ถูกนอกใจ ภาพสื่อถึงท้องฟ้าอึมครึมในจิตใจของเธอ มีตัวเธออยู่ 2 คน ด้านซ้ายเป็นหญิงสาวเม็กซิกันแต่งชุดประจำชาติกำลังตัดเส้นเลือดหัวใจของตัวเอง ตีความได้ว่าคือการหย่าร้าง ส่วนด้านขวาคือตัวเธอในปัจจุบันและอนาคตสวมชุดลำลอง เป็นอิสระจากธรรมเนียมการสมรสแต่ก็ยังจับมือกับอดีตอย่างแนบแน่น

ภาพนี้วาดเสร็จเมื่อปี 1939 หลังหย่าขาดได้ไม่นาน เธอขายไปในราคาเพียง 4,039 เปโซพร้อมกรอบ (ประมาณ 6,050 บาท) นับเป็นภาพที่แพงที่สุดซึ่งขายในขณะฟรีดายังมีชีวิต

ผลงาน ‘ฟรีดาสองคน’ (The Two Fridas)

4งานศิลปะมาจากความรัก

2.Jackson Pollock (ค.ศ. 1912-1956)
ศิลปินแอบสแตรกชาวอเมริกันผู้มาก่อนกาล เจ้าของการสะบัดสีจนเป็นลวดลายโดดเด่นท่านนี้ จะไม่สามารถผลิตงานได้จนเป็นถูกใจของพิพิธภัณฑ์และนักสะสมมากมาย หากไม่มีภรรยาที่ชื่อ ลี คราสเนอร์ (Lee Krasner)

ลีเป็นศิลปินที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัย ว่ากันว่าเธอเข้าใจรสนิยมของพิพิธภัณฑ์และนักสะสม ณ ขณะนั้น และยังสามารถคาดเดาแนวโน้มตลาดงานศิลปะได้เป็นอย่างดี นอกจากจะทำงานศิลปะของตัวเองแล้วเธอยังคอยให้คำแนะนำ สนับสนุนสามีให้ทดลองเทคนิคใหม่อย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเอง การสาดสีอย่างต่อเนื่องเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครทำได้นั้นเกิดขึ้นในช่วงที่เขาและเธอเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ และย้ายเข้าเรือนหอได้ไม่นาน อาจเรียกได้ว่าเป็นอานุภาพจากความรักในช่วงฮันนีมูนก็เป็นได้

ลีทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผลงานของสามีให้ผู้คนในวงการศิลปะได้รู้จัก เธอแนะนำ เฮอร์เบิร์ต แมตเทอร์ (Herbert Matter) กราฟิกดีไซเนอร์ในตำนานให้รู้จักกับสามี และเขานี่เองที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแจ็กสันให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

4งานศิลปะมาจากความรัก
3.Andy Warhol (ค.ศ. 1928-1987)
แอนดี ศิลปินตัวพ่อแห่งวงการภาพพิมพ์และกราฟิก โดดเด่นด้วยความคมชัดของภาพและการเล่นสีสันที่จัดจ้าน ชีวิตรักของแอนดีนั้นมีสีสันไม่น้อยโดยที่เขาเปิดตัวกับสังคมว่ามีรสนิยมแบบชายรักชาย เขาได้คบหากับบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย เช่น ชาร์ลส ลิแซนบี (Charles Lisanby) จอห์น จีออร์โน (John Giorno) และ บิลลี เนม (Billy Name) แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นคู่ชีวิตซึ่งคบกันนานกว่า 12 ปีคือ เจ๊ด จอห์นสัน (Jed Johnson)

แอนดีไม่ค่อยบอกเล่าความรู้สึกต่อคนรักให้สื่อรับรู้เท่าไรนัก แต่ก็ได้แสดงมุมมองต่อความรักและเซ็กซ์ลงในงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง

ในปี 1978 เขาสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายชุด ‘หน้าท้องและเครื่องเพศ’ (Torso and Sex Parts) จับภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายผู้ชายอย่างตรงไปตรงมาด้วยกล้อง 35 มม. และกล้องโพลารอยด์ โดยแอนดีให้นายแบบหลายคนทำท่าทางคล้ายมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายภาพเป็นบางมุม เปิดเผยทีละส่วน แสดงถึงทั้งความคลุมเครือและชัดเจนในเวลาเดียวกัน

หลังจากภาพชุดนี้ประสบความสำเร็จ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักนิยมงานศิลปะหัวก้าวหน้า ต่อมาในปี 1983 แอนดีก็ผลิตชุดภาพพิมพ์เพื่อถ่ายทอดภาษาแห่งรักของชายหญิงบ้าง เขาจ้างนายแบบนางแบบมามีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ โดยแอนดีทั้งถ่ายภาพ เขียนภาพ และพิมพ์ภาพไปพร้อมกัน นับว่าเป็นวิธีการทำงานที่สื่อให้ความสนใจ แหวกขนบ และเป็นตัวตนของเขาอย่างแท้จริง

ภาพพิมพ์จากผลงานชุด Love

4งานศิลปะมาจากความรัก

4.Yayoi Kusama (ค.ศ. 1929-ปัจจุบัน)
ยาโยอิ ศิลปินหญิงชาวญี่ปุ่นคือตำนานที่ยังมีชีวิตจากโลกศิลปะยุค 60 ผลงานของเธอโดดเด่นในการสร้างบรรยากาศด้วยการวาดซ้ำจุดจำนวนมาก จนกลายเป็นภาพเสมือนและศิลปะจัดวางกึ่งภาพหลอน จัดว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในการชมผลงานศิลปะซึ่งพาผู้ชมหลุดเข้าไปในโลกจินตนาการที่เธอประดิษฐ์ขึ้น

แม้ยาโยอิจะไม่เคยแต่งงานก็ใช่ว่าเธอไม่เคยมีความรัก ความรักที่มีอิทธิพลต่อความคิดและผลงานของเธอมากที่สุดคือความรักกับศิลปินรุ่นใหญ่ โจเซฟ คอร์เนลล์ (Joseph Cornell) ที่แก่กว่าเธอถึง 26 ปี เขาและเธอรักกันขณะที่โจเซฟมีชื่อเสียงอยู่ในนิวยอร์ก และเธอยังเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่รายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ เขามอบงานหลายชิ้นให้เธอนำไปขายเพื่อที่อย่างน้อยๆ เธอจะมีแรงทำงานและได้อยู่นิวยอร์กต่อไป

ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกว่า 10 ปี จนกระทั่งวาระสุดท้ายของฝ่ายชายในปี 1972 หลังจากที่เขาเสียชีวิตไม่นาน เธอได้นำผลงานภาพปะติดที่เขาให้ใส่กล่องกลับไปญี่ปุ่น และหลายปีต่อจากนั้น เธอก็ผลิตผลงานภาพปะติดขึ้นจากแรงบันดาลใจในกล่องความทรงจำ ผลงานชุดที่ว่านี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมชาวญี่ปุ่น นับเป็นการประกาศความเป็นศิลปินของยาโยอิในบ้านเกิดอย่างเป็นทางการ

Tags

แชร์:

บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องอื่นๆ