ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

5 ศิลปินไทยรุ่นใหม่ ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

“วิศุทธิ์ พรนิมิต” หรือคุณตั้ม กับผลงานที่ชื่อ “Love Spread” เจ้าของการ์ตูน “มะม่วง” ตัวการ์ตูนที่เป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดีและมีความอ่อนโยน โดยครั้งนี้ออกแบบ เลือกที่จะวาดลวดลายเป็นน้องมะม่วงส่งจูบ ซึ่งเปรียบเสมือนการส่งต่อความรักให้กับทุกๆ คน โปรยมาจากฟ้าให้กับผู้คนที่อยู่ข้างล่างได้อย่างทั่วถึงกัน โดยเน้นดีไซน์ที่ไม่ซับซ้อน เพราะว่าเป็นงานที่ต้องมองจากที่ไกล จึงเน้นวาดรูปง่ายๆ และออกแบบสีให้ชัด ให้ตัดกับท้องฟ้า ก้อนเมฆ อย่างลงตัว

“ศิลปะที่อยู่บนว่าว มันคือความพิเศษ ทำให้คนรู้ว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่แค่บนแคนวาส หรือในแกลลอรี่เท่านั้น เป็นโอกาสดีที่งานศิลปะจะได้โลดแล่นให้คนทั่วไปได้เห็น โดยเฉพาะกับคนที่อาจไม่ได้สนใจงานศิลปะนักประสบการณ์ของผู้คนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ คือการได้ Connect กับผู้คน ไม่ใช่แค่การ Connect ผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นการเอาว่าวขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วทุกคนก็ไปยืนรวมๆ มองขึ้นมาในองศาเดียวกัน หายใจในอากาศเดียวกัน และอยู่หน้าแม่น้ำเดียวกัน ซึ่งการจัด SKY GALLERY ครั้งนี้ ผมว่ามันเป็นการ Connect ที่เราขาดมานาน จากช่วงโควิดที่เราทุกคนอยู่แต่กับหน้าจอ การได้กลับมา Connect กับผู้คนและธรรมชาติในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีและน่าสนุกมากครับ”

“ชรารัตติ์ สาระอาภรณ์” หรือคุณแม็กกี้ เจ้าของคาแรคเตอร์เด็กผู้หญิงผมบลอนด์ แก้มกลม ที่คุ้นตา ชื่อว่า ชาล็อต (Chalotte) มาครั้งนี้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในชื่อ “Charlotte in the Sky” โดยครีเอทมาจากคำว่า “Sky Gallery” งานนี้เธอใช้ตัวชาล็อตแทนภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เห็นว่าวโบยบินบนท้องฟ้า ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของชาล็อต แน่นอนว่า ภาพที่อยู่บนว่าวครั้งนี้ แตกต่างกับภาพผลงานชิ้นอื่นๆ ที่ผ่านมา จากเดิมที่ชาล็อตมักจะอยู่กับทะเล สัตว์ทะเล ซึ่งเธออยากให้คนที่ว่าวของเธอ รู้สึกเหมือนว่าได้โบยบินขึ้นเหมือนว่าวที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า เหมือนรู้สึกไปกับงานที่ชิ้นนี้

“อยากให้งานออกมาเหมือนว่าวที่อยู่บนท้องฟ้าจริงๆ ภาพนี้จะเป็นตัวน้อง Charlotte กางแขนโบยบินเหมือนว่าว สิ่งนี้น่าจะเป็นภาพในความทรงจำของเราตอนที่ดูการ์ตูนตอนเด็ก เหมือนเรื่องปีเตอร์แพนที่บินอยู่บนท้องฟ้า อยากให้ทุกคนได้สัมผัสสิ่งนี้เหมือนกัน”

“สิรินาฏ สายประสาท” หรือ คุณกวาง นักวาดภาพประกอบชื่อดัง เจ้าของนามปากกา S I R I เจ้าของคาแรคเตอร์ Tomato Girls ที่ได้แรงเป็นดาลใจนับจากวันที่มีลูกสาวฝาแฝด ผลงานที่เกิดขึ้นจากความรัก ที่ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ลูกสาวฝาแฝดอายุเพียง 6 เดือน เป็นศิลปินอีกท่านที่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ ภายใต้ชื่อผลงาน “Flying Together” เธอเล่าความรู้สึกการได้มาร่วมงานในครั้งนี้ว่า ความพิเศษของการเป็น Sky Gallery ครั้งนี้ แตกต่างจากที่เคยทำมามากๆ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็จะวาดรูปใส่เฟรม ใส่กรอบ ใส่กระดาษบ้าง แล้วก็จัดแสดงที่ฝาผนัง ติดผนังต่างๆ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้ออกแบบลงบนว่าวและแสดงแบบลอยฟ้า โดยมี Background เป็นท้องฟ้า รู้สึกตื่นเต้นและรู้พิเศษมากๆ สำหรับแกลลอรี่ในครั้งนี้

“รู้สึกตื่นเต้นมากว่า สิ่งที่เราเคยวาดเล่นๆ ในสมุดไดอารี่ วันนี้มันได้ลอยขึ้นไปอยู่บนฟ้าได้ให้ทุกคนเห็นแล้ว รู้สึกภูมิใจเหมือนคาแรคเตอร์เล็กๆ ที่เราค่อยๆ เพียรสร้างมาจนมาวันนี้ได้ค่อยๆ เติบโตไปเรื่อยๆ ที่สำคัญอยากให้คนที่มาดูผลงานนี้ ได้รู้สึกสนุกและก็ตื่นเต้นไปกับเราด้วยเหมือนกัน”

“ธนธรณ์ ภัทรธาดา” หรือคุณเอิร์ธ ศิลปินหนุ่มไฟแรง ที่มาร่วมรังสรรค์ผลงานชิ้นพิเศษในชื่อ “SKY Sketching” ภาพสเก็ตช์บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยจินตนาการ โดยนำคาแรคเตอร์เด็กมีปีก ตัวการ์ตูนที่เขาได้สร้างขึ้นอยู่ก่อนแล้ว มาโลดแล่นอยู่บนว่าว แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ มาจากความเชื่อที่ว่า แต่ละคนจะมองสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน ภาพที่ออกมาในมุมมองของแต่ละคนจึงมีรูปหลายๆ แบบ เหมือนเป็นรูปสเก็ตช์บนท้องฟ้าแล้วให้แต่ละคนมองแล้วก็จินตนาการเองว่าคือรูปอะไร

“ปกติงานที่ทำผมจะคุยกับคนดูผ่านรูปภาพที่แขวนบนผนัง เมื่อได้มาทำกิจกรรมครั้งนี้เหมือนได้คุยกับคนที่ดูรูปภาพบนท้องฟ้า ให้คนได้จินตนาการเพิ่มว่าอยากให้มันเป็นรูปอะไร เหมือนเด็กเอาปากกาไปขีดเขียนบนท้องฟ้า ความพิเศษครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ดูงานศิลปะ แต่ทำให้คนได้รู้สึกมีส่วนร่วมไปกับผลงานชิ้นนี้ด้วย”

สุดท้ายกับศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีในแวดวงศิลปะ “กฤษฏิ์พัณณ์ สุวรรณวัฒนาสุข” หรือคุณเคน กับผลงานในชื่อ “Time to go home” ที่ต้องการให้คนได้นึกถึง “บ้าน” ซึ่งบ้านในทีนี้ไม่ใช่เรื่องของ “สถานที่” แต่เป็นเรื่องของ “ผู้คน” ผลงานชิ้นนี้จึงออกมาโดยให้รู้สึกเหมือนบ้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ลอยไปมาในทิศทางต่างๆ เหมือนกับการที่เราได้วิ่งไปยังบ้านต่างๆ ที่เป็นคนรอบตัวเรา

“อยากให้คนที่ได้ดูผลงานชิ้นนี้ ได้นึกถึงตอนเด็กๆ เมื่อเราย้อนเวลากลับไปดูแล้ว อะไรบ้างที่เป็นเหมือนบ้านสำหรับเรา นั่นคือมีกลุ่มคนกี่กลุ่มคนที่ทำให้เรารู้สึกเป็นบ้าน ผลงานชิ้นนี้จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องบ้านที่เป็นสี่เหลี่ยมหรือเป็นแท่ง แต่เป็นสิ่งแวดล้อมล้อมรอบตัวเราที่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นบ้าน รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ ดีใจที่งานของเราจะขึ้นไปโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้า ไม่ใช่แค่ติดผนังอย่าง รู้สึกตื่นเต้นที่จะมีคนอื่นๆ รวมถึงเด็กๆ ที่เหมือนเราในอดีตจะมาเห็นว่าวของเรา ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งครับ”

ที่มา: sanook

Tags

แชร์:

บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องอื่นๆ