ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

1.The Bathers
ภาพเล่าถึงความหรูหรา ฟุ้งเฟ้อและสราญเริงรมย์จนลืมทุกข์ยากของประชาชน เป็นสาเหตุของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของกษัตริย์ฝรั่งเศส ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของราชวงศ์บูร์บงตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระราชินีมารี อ็องตัวแน็ต ผู้เลื่องชื่อกับความวิจิตรบรรเจิดเลิศในสุนทรียะการใช้ชีวิตอย่างสุขนิยม และนิยมวัฒนธรรมประเพณีที่่เต็มไปด้วยความหรูหรา
ในด้านหนึ่งภาพนี้บอกเล่าความงามอย่างวิจิตรแต่ในด้านกลับกัน ภาพนี้ก็สะท้อนบรรยากาศของสังคมที่เต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ และการใช้ชีวิตของชนชั้นสูงฝรั่งเศส ในขณะที่ชาวบ้านชาวเมืองต่างกำลังเผชิญความอดอยากยากแค้นสภาวะสังคมที่กลายเป็นแรงขับให้เกิดการปฏิวัติแบบรื้อโครงสร้างสังคมฝรั่งเศสอย่างเบ็ดเสร็จนำไปสู่การเกิดใหม่ของระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ ยุคสมัยของศิลปะโรโกโกในประวัติศาสตร์ศิลปะสิ้นสุดลง เมื่อ นโปเลียน ครองอำนาจ สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1 ซึ่งเกิดหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

2.The Oath of the Horatii
ภาพนี้เป็นผลงานชิ้นแรกของ ฌาคส์-หลุยส์ ดาวิด ที่ได้รับมอบหมายจากนโปเลียนดาวิด ถือเป็นศิลปินเอกและผู้นำกลุ่มศิลปินแนวนีโอคลาสสิกที่เกิดขึ้นหลังจากฝรั่งเศสโค่นล้มระบอบการปกครองเก่าและสถาปนาสาธารณรัฐขึ้นมา ซึ่งทำให้แนวศิลปะแบบโรโกโกที่ดูหรูหราหมดยุคไปพร้อมกับการสิ้นสุดอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งราชวงศ์บูร์บงและศิลปะที่เฟื่องฟูในยุคต่อมาคือศิลปะนีโอคลาสสิก ที่เป็นการย้อนกลับไปเอารูปแบบสไตล์และสุนทรียะแบบยุคอาณาจักรโรมันกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวาดคน ฉากสถานที่ล้วนเป็นแบบยุคโรมันทั้งสิ้น แต่ภาพของ ฌาคส์-หลุยส์ ดาวิด นั้นแตกต่างตรงเน้นความเรียบง่ายไม่มีรายละเอียดฉากหลัง และเน้นเรื่องราวของบุคคลกับการกระทำในภาพ เรียกว่าดึงดูดผู้ชมเข้าหาประเด็นมากกว่าบรรยากาศรอบข้างภาพนี้ยังสะท้อนถึงการเปรียบโปเลียน ผู้ปกครองสาธารณรัฐฝรั่งเศสหลังการปฏิวัติคล้ายจูเลียส ซีซาร์ จอมพลที่มีอำนาจสูงกว่าใครในอาณาจักรโรมัน แม้ตอนนั้นการปกครองและบริหารอาณาจักรโรมันจะมีระบบรัฐสภาอยู่ก็ตาม
ยุคของศิลปะนีโอคลาสสิกเริ่มต้นและได้รับการอุ้มชูในสมัยนโปเลียนขึ้นครองอำนาจสูงสุดเมื่อปี ค.ศ.1804 และนโปเลียนได้แต่งตั้งให้ ดาวิด เป็นผู้บัญชาการทางศิลปะแห่งอาณาจักรใหม่ของฝรั่งเศสหรือเรียกง่ายๆว่าเป็น ศิลปินเอกคู่บารมีจักรพรรดิภารกิจของดาวิดคือ บันทึกประวัติศาสตร์และเส้นทางแห่งสู่อำนาจของนโปเลียนผ่านภาพเขียนตลอดยุคของนโปเลียน ดาวิดและบรรดาลูกศิษย์ก็ได้สร้างงานที่ถือได้ว่าเป็น ศิลปะชวนเชื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำ

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

3.The Coronation of Napoleon
ภาพเขียนถึงเหตุการณ์การสวมมงกุฎของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในวันราชาภิเษกที่โบสถ์น็อทร์-ดามกรุงปารีส เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1804 ในยุคหลังการโค่นล้มราชวงศ์บูร์บงพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ภาพเขียนนี้เขียนขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1805-1807 โดย ฌาคส์-หลุยส์ ดาวิด ผู้ได้รับการสถาปนาให้เป็น “ผู้บัญชาการทางศิลปะ” อาณาจักรใหม่ของฝรั่งเศส
ดาวิดได้รื้อฟื้นเรื่องราวและรูปแบบคลาสสิกของโรมันมาใช้ ภาพการสวมมงกุฎของนโปเลียน เป็นภาพขนาดมหึมา ตั้งโชว์ปิดผนังแกลเลอรีในลูฟวร์ไปเต็ม ๆ หนึ่งผนังเลยทีเดียว ดาวิดยังเป็นจิตรกรเอก เป็นผู้นำในกลุ่มศิลปินแนวนีโอคลาสสิก และมีศิษย์เอกอย่าง กิราด กิโรเดท์ โกรส์ และแองแกรส์ ที่ต่อมาโด่งดังแบบแตกแนวไปจากต้นฉบับนีโอคลาสสิกแบบดาวิดไปเป็นแนวของตัวเอง เรียกได้ว่าปฏิวัติแนวทางล้างครูไม่สิ้นเชื้อนักปฏิวัติด้วยอีกต่างหาก
ยุคของศิลปะนีโอคลาสสิกถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เป็นการเลียนแบบคลาสสิกยุคโรมัน (อาณาจักรล่มสลายไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ที่ตายไปแล้ว เป็นศิลปะที่ไม่มีชีวิตและเลือดเนื้อที่เป็นปัจจุบัน แต่เป็นการฟุ้งฝันไปกับเรื่องราวอดีตและต่างแดน

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

4.The Raft of Medusa
ภาพแพของเมดูซา เป็นงานในแนวศิลปะโรแมนติก (Romantic Art ซึ่งเกิดขึ้นต่อจากยุคที่ศิลปะนีโอคลาสสิกเสื่อมไป พร้อมกับการสิ้นอำนาจของจักรพรรดินโปเลียน ภาพเขียนศิลปะโรแมนติก ไม่ได้แปลว่าจะต้องนำเสนอความฟุ้งฝันแบบอารมณ์โรแมนติก แต่เป็นภาพเขียนสองมิติที่ดูแล้วมีเลือดเนื้อและส่งต่ออารมณ์กระเพื่อมไหวรุนแรงจุดเด่นของภาพนี้อยู่ที่ขนาดที่ใหญ่จนสามารถวาดภาพคนที่มีขนาดใหญ่เท่าตัวคนจริงใส่ลงไปได้ทั้งยังไม่ละเลยความละเอียดของงานและฝีแปรง ภาพผู้คนที่กำลังอดตายอยู่บนแพ คนโบกผ้าเรียกหาความช่วยเหลือ มีภาพเรือลอยลิบ ๆ อยู่ริมเส้นขอบฟ้าในมุมขวาบนของภาพสะท้อนอารมณ์ของคนที่ดิ้นรนและมีความหวังอันริบหรี่ ดูแล้วน่าสยดสยอง สะเทือนใจราวกับเหตุการณ์ในภาพเขียนนั้นเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าคนดูอยู่จริงๆในยุคศิลปะโรแมนติก ภาพเขียนสะท้อนสิ่งที่สังคมกำลังเผชิญอย่างเข้าถึงอารมณ์เกิดขึ้นร่วมยุคกับวรรณกรรมสะท้อนสังคมของ วิคตอร์ อูโก เรื่อง เหยื่ออธรรม นิยายสะท้อนความไม่เป็นธรรมในสังคมฝรั่งเศสยุคไม่กี่สิบปีหลังการปฏิวัติที่สะเทือนอารมณ์เป็นอย่างมาก

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

5.Marie-Antoinette with the Rose
ภาพเขียนสีน้ำมันบนผืนผ้าใบโดยศิลปินหญิงในราชสำนักฝรั่งเศส ในรูปภาพศิลปะแนวโรโกโก เป็นภาพเหมือนภาพที่สองของพระนางมารีอ็องตัวแน็ต ที่วาดโดย VigéeLe Brun ศิลปินในราชินูปถัมภ์ภาพนี้เป็นภาพในอิริยาบถอ่อนหวานของพระราชินีในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินอมเทาที่เป็นผ้าไหมทอจากเมืองลียง ในมือถือกุหลาบที่เด็ดมาจากสวนสะพรั่งในพระราชวังแวร์ซาย ฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีสวยและบรรยากาศร่มรื่นสะท้อนชีวิตรื่นรมย์ในสวนของแวร์ซาย ภาพนี้เป็นภาพวาดที่นำออกมาแสดงในช่วงท้ายของงานนิทรรศการศิลปะแห่งปารีส(ปารีส ซาลอน ในปี ค.ศ. 1783 และได้รับคำชื่นชมมีคนชื่นชอบอย่างมาก และได้รับการลอกเลียนทำซ้ำอีกหลายภาพ ปัจจุบันภาพทำซ้ำยังตั้งแสดงอยู่ในแกลเลอรีพิพิธภัณฑ์แวร์ซาย

 

6ภาพเขียนสะท้อนสังคม

6.Liberty Leading People
ภาพนี้เป็นภาพตัวแทนจิตวิญญาณของการปฏิวัติฝรั่งเศสชื่อภาพแปลตรงตัวว่า เสรีภาพนำประชาชน
เนื้อหาของภาพ มาจากเหตุการณ์ปฏิวัติที่เรียกว่า “ปฏิวัติเดือนกรกฎาคม” (July Revolution ค.ศ.1830 การปฏิวัติ โดยประชาชนครั้งที่ 2 หลังจากการปฏิวัติครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1789 ยุคนี้อำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ในมือของเชื้อพระวงศ์อย่างพระเจ้าชาร์ลที่ 10 พยายามกลับไปรื้อฟื้นระบบเก่าสมัยราชวงศ์บูร์บงปกครองขึ้นมาและไม่สนความแร้นแค้นของประชาชนอยู่ดี
ประชาชนฝรั่งเศสออกมาเดินขบวนตามท้องถนนกรุงปารีส เพื่อโค่นอำนาจพระเจ้าชาร์ลที่ 10 เดอลาครัวซึ่งได้อยู่ในเหตุการณ์ประท้วงช่วงสามวันระหว่างวันที่27-29 เดือนกรกฎาคม ค.ศ.1830 นั้น ลงมือวาดภาพนี้ในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เพื่อจารึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไว้ โดยใช้ชื่อ Liberty Leading the People
ในภาพ จุดเด่นอยู่ที่หญิงสาว มารีอานน์ (Marianne ที่ชูธงชาติปลิวไสว นำประชาชนมีชัยเหนือศัตรูในภาพนี้นักวิจารณ์ศิลปะหลายคนกล่าวถึงภาพนางสาวเสรีภาพว่าน่าจะได้ต้นแบบแรงบันดาลใจ ทั้งโครงสร้างร่างกายและท่วงท่าจาก รูปปั้นวีนัส ( Venus de Milo รูปสลักหินอ่อนตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ (c.130-100 BCE ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์สมัยนั้น
ภาพ Liberty ยังเป็นต้นแบบของ ภาพมารีอานน์ (Marianne ซึ่งถือเป็น “สัญลักษณ์แห่งชาติ” ของสาธารณรัฐฝรั่งเศส (National Symbol หญิงสาวในภาพทั้งสองภาพสวมหมวกที่เป็นสัญลักษณ์การเลิกทาสเหมือนกัน
ภาพเขียนเสรีภาพนำประชาชนนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจของรูปปั้น “เทพีเสรีภาพ” (Statue of Liberty ปั้นระหว่างปี ค.ศ. 1870-1886 ซึ่งฝรั่งเศสสร้างเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับสหรัฐอเมริกาในวาระครบรอบ 100 ปีวันชาติของสหรัฐอเมริกาด้วยและยังตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์แห่งเจตจำนงเสรีของมวลชน อยู่เหนืออ่าวฮัดสัน รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

 

 

Tags

แชร์:

บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องอื่นๆ