ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

ศิลปะ จากทุกแขนง ที่ถูกบรรจงสร้างจากศิลปินต่างๆ เรารวบรวมมาให้คุณที่นี่

7วิธีใช้ศิลปะทำเงิน ที่สร้างรายได้ขึ้นมาจริง

7วิธีใช้ศิลปะทำเงิน

1. ขายศิลปะผ่านโซเชียลมีเดีย

คุณรู้อยู่แล้วว่าคนไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียต่อวันไม่แพ้ชาติไหนในโลก แต่คุณมองเห็นช่องทางทำเงินไหมล่ะว่า ยิ่งผู้บริโภคใช้เวลาไถฟีดของพวกเขามากเท่าไร ย่อมหมายความว่าพวกเขามีโอกาสจะค้นพบผลงานของคุณมากเท่านั้น… ที่สำคัญ ยิ่งเจอบ่อย เห็นบ่อย (และถ้างานคุณดีจริง) demand ก็จะค่อยๆ เริ่มก่อตัวจนกลายเป็นยอดขายในที่สุด

2. ใช้ศิลปะเพิ่มมูลค่าสินค้าอื่น

อย่าหวงภาพวาดของคุณไว้บนแคนวาสเพียงอย่างเดียว ลองเอามันไปดีไซน์บนเสื้อยืด ผ้าพันคอ tote bag เคสโทรศัพท์มือถือ และข้าวของอื่นๆ ดู เท่านี้คุณก็อาจจะได้โปรดักต์ที่ไม่เหมือนใครไว้ทำเงินได้เรื่อยๆ

3. ช่องทาง online ต้องใช้ให้คุ้ม

ไหนๆ ก็เปิดประตูเข้าสู่ออนไลน์แล้ว อย่าลืมไปเปิด account ของคุณตามเว็บขายงานศิลปะต่างๆ ด้วย ใครจะรู้ วันดีคืนดีอาจมีคอลเล็กเตอร์ชื่อดังมาขอซื้องานของคุณก็ได้ เพราะเว็บไซต์พวกนี้ก็คือ art market ดีๆ นี่เอง

4. เช่าบูธโชว์ตัวใน art fair

ถึงออนไลน์จะเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจ ณ เวลานี้ แต่นานๆ ทีเมื่อมีโอกาส ศิลปินก็ควรออกจากถ้ำเพื่อหอบเอาผลงานไปวางขายและพบปะกับแฟนตัวเป็นๆ บ้าง แน่นอน สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดคือเทศกาลจำพวก art fair, art market หรือ design week แนะนำอีกนิดว่าถ้าเป็นไปได้ คุณควรไปนั่งเฝ้าบูธเองทุกวัน เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ทำความรู้จักกลุ่มลูกค้า และใครจะอธิบายถึงผลงานของคุณได้ดีไปกว่าตัวคุณเองล่ะ? จริงไหม4. เช่าบูธโชว์ตัวใน art fair
ถึงออนไลน์จะเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจ ณ เวลานี้ แต่นานๆ ทีเมื่อมีโอกาส ศิลปินก็ควรออกจากถ้ำเพื่อหอบเอาผลงานไปวางขายและพบปะกับแฟนตัวเป็นๆ บ้าง แน่นอน สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดคือเทศกาลจำพวก art fair, art market หรือ design week แนะนำอีกนิดว่าถ้าเป็นไปได้ คุณควรไปนั่งเฝ้าบูธเองทุกวัน เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ทำความรู้จักกลุ่มลูกค้า และใครจะอธิบายถึงผลงานของคุณได้ดีไปกว่าตัวคุณเองล่ะ? จริงไหม

5. เปิดรับงานแบบ “ตามสั่ง” (commission)

อย่าเพิ่งร้องยี้ แม้แต่ศิลปินบิ๊กเนมหลายคนก็ยังรับงานคอมมิชชั่น เพียงแต่พวกเขาไม่ได้ออกมาประกาศให้โลกรู้เท่านั้นแหละ!

6. ผันตัวเป็นครูสอนศิลปะ

มีนักสร้างสรรค์หลายคนที่ขายผลงานไป พร้อมๆ กับเอาทักษะเฉพาะทางของตัวเองมาเปิดคอร์สสอนคนอื่น แถมบางคนยังไปได้ดีกับการเป็นครู จนทำงานศิลปะเป็นงานเสริมไปเลยก็มี

ห้องเรียนศิลปะเป็นได้ทั้งแบบห้องเรียนจริงๆ ที่มีนักเรียนสมัครเข้ามาเรียนตรงหน้า และที่อาจเหมาะกับยุค social distancing นี้มากกว่าก็คือห้องเรียนออนไลน์ (ซึ่งดีต่องบในกระเป๋าด้วย) สิ่งสำคัญคือหลักสูตรวิชาที่คุณสอนต้องน่าสนใจสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ถามตัวเองก่อนว่าทักษะและเนื้อหาที่คุณเตรียมไว้นั้นดีพอแล้วหรือยัง ซ้ำกับใครหรือเปล่า นอกจากนั้น คุณยังต้องรู้จักวิธีสื่อสารไปยังนักเรียนของคุณให้ได้ประสิทธิภาพดีพอด้วย

7. หาทุน / หาเวทีประกวด

ถ้าทั้งหมดที่ว่ามายังไม่เข้าทางคุณเลยสักข้อเดียว ก็เหลือวิธีสุดท้ายนี้แหละ การส่งงานประกวด (และถ้าได้รางวัล) จะทำให้คุณได้ทั้งเงินรางวัลและการเป็นที่รู้จัก รวมทั้งมูลค่าของผลงานของคุณก็จะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นด้วย ส่วนทุนสำหรับศิลปินนั้น เหมาะสำหรับศิลปินที่เน้นหนักไปในงานทางความคิดมากกว่า ข้อดีของทุนคือคุณมักมีอิสระในการทำงาน ไม่ต้องห่วงว่างานจะขายหรือไม่ขาย และไม่ต้องไปแข่งกับใคร ยกเว้นก่อนได้ทุนที่คุณต้องแย่งชิงกับคนอื่นๆ

ที่มา: kooper

Tags

แชร์:

บทความที่เกี่ยวข้อง